Benjamin Netanyahu

เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) เกิดเมื่อ 21 ตุลาคม 1949 นักการเมืองและนักการทูตชาวอิสราเอลซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศของอิสราเอล ในปี 1963 เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ลูกชายของนักประวัติศาสตร์ (Benzion Netanyahu) ย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ฟิลาเดลเฟียในสหรัฐอเมริกา หลังจากเกณฑ์ทหารอิสราเอลในปี 2510 เขากลายเป็นทหารในหน่วยปฏิบัติการพิเศษชั้นยอดที่รู้จักกันในนาม “ซาเยเรต แมตกัล (Sayeret Matkal) ” และอยู่ในทีมที่ได้รับการช่วยเหลือจากเครื่องบินเจ็ทที่ถูกจี้ที่สนามบินเทลอาวีฟ (Tel Aviv) ในปี 1972 หลังจากนั้นเขาศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (บริหารธุจกิจบัณทิฑ) ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการต่อสู้ในสงคราม “สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) ” ในอิสราเอลในปี 1973 หลังจากโจนาธานน้องชายของเขาเสียชีวิตในขณะปฏิบัติการเอนเทบเบที่ประสบความสำเร็จในปี 1976 เบนจามินจึงก่อตั้ง สถาบันโจนาธาน (Jonathan Institute) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนต่อต้านก่อการร้าย

การเข้ารับตำแหน่งในฐานะนายกรัฐมนตรีครั้งแรก

พรรคแรงงานที่ได้เข้าปกครองด้วยการเลือกตั้งปี 1996 พวกเขาอ่อนแอลงหลังจากการลอบสังหารของ ยิตยัก ราบิน (Yitzhak Rabin) ในเดือนพฤศจิกายน 1995 แถมยังมีเรื่องการวางระเบิดแบบฆ่าตัวตายโดยกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมในช่วงต้นปี 1996 เนทันยาฮูประกาศชัยชนะที่มีคะแนนมากกว่า 1% ต่อนายกรัฐมนตรีชิ มอนเปเรส(Shimon Peres) ในการเลือกตั้งวันที่ 29 พฤษภาคม 1996 เนทันยาฮูได้กลายเป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลเมื่อเขาจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน

ความไม่สงบเริ่มประทุขึ้นหลังจากการครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์กับซีเรียเสื่อมโทรม การตัดสินใจของเขาในเดือนกันยายน 1996 เพื่อเปิดอุโมงค์โบราณใกล้มัสยิดอัลอักซอทำให้ชาวปาเลสไตน์โกรธจนจุดประกายการต่อสู้ที่ดุเดือด ไม่นานเขาจึงยอมยุติการกระทำดังกล่าวเพื่อรักษาความสงบสุขในปี 1993 และในปี 1997 ตกลงที่จะถอนทหารออกจากฝั่งตะวันตกเมืองฮีบรอน (Hebron)

เขาโดนแรงกดดันจากพันธมิตรภายในส่วนใหญ่ ทำให้ตัดสินใจประกาศความตั้งใจที่จะจัดตั้งนิคมชาวยิวใหม่บนที่ดินชาวปาเลสไตน์ ทำให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงรวมถึงมีการวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง ในปี 1998 เนทันยาฮู และผู้นำชาวปาเลสไตน์ ยัสเซอร์อาราฟัต (Yasser Arafat) เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพซึ่งส่งผลให้บันทึกข้อตกลง “Wye Memorandum” เงื่อนไขคือการส่งมอบ 40% ของเวสต์แบงก์ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของปาเลสไตน์ ข้อตกลงดังกล่าวถูกคัดค้านโดยกลุ่มฝ่ายขวาในอิสราเอล และมีอีกหลายกลุ่มในรัฐบาลของเนทันยาฮูได้ถอนตัวออกรัฐบาล ในปี 1998 สภาคเนสเซ็ท (Knesset) ได้มีมติยุบรัฐบาลและมีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคม 1999

‘อิสราเอลกับปาเลสไตน์’ มีปัญหากันมาอย่างยาวนานจนกระทั่งมันฝังรากลึกลงไปยังทั้ง 2 ประเทศอย่างยากที่จะถอน สงครามและปมความขัดแย้งทั้งหมด มีจุดเริ่มต้นมาจาก ‘กรุงเยรูซาเลม’ หรือในอดีตเรียกว่า ‘คานาอัน’ ดินแดนแห่งนี้จัดเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยมีมาจากความเชื่อตามมหาคัมภีร์โทราห์ของศาสนายูดาห์ , คัมภีร์ Holy Bible ของศาสนาคริสต์ และ คัมภีร์อัลกุรอานของศาสนาอิสลาม ซึ่งตรงกับความเชื่อของทั้ง 3 ศาสนา

  • ถ้าอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์คุณจะทราบว่า ‘พระเยซู’ ถูกตรึงกางเขน ณ มหานครเยรูซาเลม พร้อมฟื้นจากความตายกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ภายในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนพันธะสัญญา
  • ถ้าอ้างอิงจากศาสนาอิสลาม นบีมูฮัมมัด ได้เดินทางขึ้นยังสวรรค์จาก มัสญิดอัล-อักซอในนครเยรูซาเลมแห่งนี้นี่เอง
  • และสุดท้ายจากประวัติศาสตร์ของศาสนายูดาห์ ได้มีเรื่องเล่าขานมาอย่างช้านานว่า บริเวณนี้ พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานพรให้แก่พวกเขา โดยถือเป็นดินแดนศักดิ์แห่งพันธะสัญญาของพระยาห์เวห์อันมอบให้แก่ชนชาติชาวอิสราเอล

ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าอันที่มีมาจากศาสนานี้เอง จึงทำให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาที่เป็นชนรุ่นหลังต้องการเข้ามาครอบครองพื้นที่แห่งมหานครศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นของตน จึงกลายมาเป็นชนวนสงครามที่ไม่รู้ว่าจะจบสิ้นเมื่อไหร่ของศาสนาต่างๆ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสงครามศาสนาระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิมเสียมาก ทั้ง 2 ศาสนานี้ในอดีตเคยก่อสงครามที่มีชื่อว่า ‘ครูเสด’ มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1096 การปะทุของเชื้อไฟในช่วงนั้นเกิดจากความต้องการ ที่ต้องการครอบครองพื้นที่ของพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 1 ซึ่งทำการรวบรวมกองทัพนักรบเพื่อบุกจู่โจมชาวมุสลิมก่อน สำหรับการบุกโจมตีโดยชาวคริสตจักร นั้นเป็นเพียงแค่ครั้งแรกของ ‘สงครามศักดิ์สิทธิ์’ เท่านั้น เนื่องจากในกาลเวลาต่อมาสงครามนี้ยังคงดำรงอยู่มาอย่างยาวนานอีกหลายศตวรรษ มากกว่า 10 ครั้งขึ้นไป ด้วยเหตุนี้นี่เองจึงก่อให้เกิดไฟแค้นขึ้นภายในใจของประชาชนชาวคริสต์กับชาวมุสลิมทีละน้อยสุดท้ายเพลิงความพิโรธก็คุกรุ่นขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบให้ชาวยิวและประชาชนในกรุงเยรูซาเลมเสียชีวิตล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ชาวยิวต้องค่อยๆอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ เนื่องจากพวกเขาต้องเผชิญกับกองทัพต่างๆเข้าจู่โจมอยู่เสมอ ทั้ง กองทัพแห่งอาณาจักรบาบิโลน , จักรวรรดิเปอร์เซีย และจักรวรรดิโรมัน

ต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมติให้อิสราเอลก่อตั้งรัฐใหม่ขึ้นได้บนดินแดนปาเลสไตน์ โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งชาวปาเลสไตน์จะเหลือเพียงดินแดนเดียวนั่นก็คือฉนวนกาซากับเขตเวสต์แบงก์ แน่นอนว่ามตินี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวปาเลสไตน์รวมทั้งชาวอาหรับในประเทศใกล้เคียงมาก จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างอิสราเอล , ปาเลสไตน์รวมทั้งอาหรับยุคใหม่