israel

เราคงเคยได้ดูข่าวที่ว่า  นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าว  “จะไม่มีรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต” ซึ่งหากจะพูดกันแล้ว ปัญหาระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์นี้  ถือว่าเป็นปัญหาระหว่างเชื้อชาติ อาหรับ-อิสราเอล

โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น  ระหว่างชนชาติสองชนชาติ และระหว่างอุดมการณ์สองอุดมการณ์  ที่ก่อให้เกิดเป็นความขัดแย้งขึ้น  หรือ ระหว่างกลุ่มผู้ถือศาสนาหนึ่ง กับกลุ่มผู้ถือศาสนาอีกศาสนาหนึ่ง โดยในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองศาสนามีความใกล้ชิดกันอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว   ศาสดาของศาสนาหนึ่ง ก็เป็นศาสดาของอีกศาสนาหนึ่งอีกด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นบรรพบุรุษของชนชาติทั้งสองนี้ เมื่อย้อนกลับไปยังยุคเริ่มต้นแล้วจะพบว่าเป็นคนๆ เดียวกันด้วยซ้ำ ซึ่งประวัติที่ยาวนานก็ยาวนาน พอๆ กับความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายนี้ ที่ยืดเยื้อไม่สิ้นสุด และยาวนาน จวบจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง

ซึ่งดินแดนตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งขอประเทศอิสราเอลนี้ เดิมที่แรกก็เป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์มาก่อน ดังนั้นจึงยากที่ต่างฝ่ายจะยอมกันได้ลง  เมื่อไม่สามารถยินยอมกันได้ ด้วยความที่ชาวปาเลสไตน์ หรือชาวอาหรับ มีจำนวนน้อยกว่า และไม่สามารถจัดตั้งเป็นประเทศได้ จึงได้มีการจัดเป็นรัฐปาเลสไตน์ บนพื้นที่ของประเทศอิสราเอล นั่นเอง จึงทำให้ชาวอิสราเอล หรือชาวอิสลาม ไม่พอใจ จึงเป็นปัญหาขัดแย้งที่ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปัญหา เขาพระวิหารของไทยกับกัมพูชา ยังไง ยังงั้นเลย

israel

สำหรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นาย Reuven Rivlin สมาชิกพรรคลิคุด ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่๑๐ของอิสราเอล มีนโยบายคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์  ซึ่งเราต้องคอยดูว่า เขาจะมีนโยบายดำเนินการอย่างไร กับการจัดตั้งรัฐปาเลสต์ไตน์  ซึ่งแน่นอนว่า เข้าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวอิสราเอล อย่างท่วมท้น ชนิดที่ไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว  เพราะคงจะเป็นไปได้ยากที่จะเกิดรัฐสองรัฐตั้งอยู่บนประเทศเดียวกัน ดังนั้น นโยบายที่จะเกิดขึ้นต้องมีความชัดเจน และสามารถนำไปวางแผนปฏิบัติอย่างรัดกุม  เพื่อที่จะได้นำไปปฏิบัติหรือดำเนินการ เพื่อหวังผลว่าจะเกิดความสำเร็จขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ชนชาวอิสราเอล ที่เฝ้ารอ แต่ประชาชนประเทศต่างๆ  ทั่วโลกต่างก็เฝ้าดูว่า  นายกรัฐมนตรีอิสราเอล คนนี้จะมีวิธีการอย่างไร และชาวปาเลสไตน์เองก็คงจะมีวิธีการวางแผนตั้งรับเช่นเดียวกัน

ดูท่าว่าการดำเนินการครั้งนี้คงจะยาวนานไปอีกนาน  พอๆ กับที่ผ่านมา แต่หากแผนปฏิบัติการของนายารัฐมนรีอิสราเอลคนปัจจุบันนี้ สามารถทำให้เห็นผลที่ชัดเจน ประวัติศาสตร์คงจะต้องจารึกชื่อของเขา  นาย Reuven Rivlin อย่างแน่นอน แต่กว่าวันนั้นจะมาถึง ไม่แน่ชัดว่าจะต้องต่อสู้กันอีกกี่มากน้อย จะมีคนตายกันอีกเท่าไหร่ หรือว่ามันจะดำเนินต่อไปเช่นเดิม ไม่มีที่สิ้นสุดกันแน่

1389504817-0038-o

     เอฮุด โอลเมิร์ต เกิดเมื่อวนที่ 30 กันยายน 2488 เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 12 เมื่อวันที่ 14 แมษายน 2549 หลังจากที่นาย อาเรียล ชารอน นั้นพ้นจากตำแหน่งไป สาเหตุที่ อาเรียลนั้นต้องหลุดจากการเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นเนื่องจากติดเชื่อภาวะเลือดคั่งในสมอง เมื่อวันที่ 4 มากราคม 2549 และเอฮุดได้ขึ้นแทนต่อ

นายเอฮุด โอลเมิร์ต เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่ชื่อ คาดิมา พรรคนี้ได้รับความไว้วางใจต่อประชาชนและได้คแพนนเสียงที่มากที่สุดในยุคนั้น จึงทำให้ชนะการเลือกตั้งในปี 2549 โดยก่อนหน้านี้นาย เอฮุด โอลเมิร์ต ได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ของประเทศอิสราเอล นายเอฮุดได้สมรสกับนาง อลิซา โอลเมิร์ต ที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนที่Former Israeli Prime Minister Ehud Olmert (C) leaves Tel Aviv's district court after a hearing in his trial for corruption linked to a major property development on May 13, 2014. Olmert, 68, who was convicted on March 31, 2014 on two charges of taking bribes was sentenced to six years in prison and a fine of a million shekels ($290,000/210,000 euros) over his involvement in one of the country's worst-ever corruption scandals. AFP PHOTO / POOL / JACK GUEZมหาวิทยาลัยที่เดียวกัน และใช้เวลาดูใจกันนานถึง 5 ปีก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

ชีวิตของนาย เอฮุด ในวัยเด็ก และได้รับใช้ชาติโดยการเป็นทหาร นายเอฮุด เกิดที่เมืองเล็กๆที่อยู่ทางฝั่งภาคเหนือของอิสราเอล จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮีบรู ได้ปริญญาในด้านจิตวิทยา และด้านกฎหมาย เขามีความฉลาดเป็นคนที่มีไหวพริบดีมากๆคนหนึ่งหลังจากเรียนจบ ก็ได้รับใช้ชาติโดยการสมัครเป็นทหารเกณฑ์

เอฮุด โอลเมิร์ต มีบุตรและธิดา 4 คน และได้มีบุตรบุญธรรมอีก 1 คน ลูกสาวของเขามีชื่อว่า มิชาล โอลเมิร์ต เขามีอาชีพเป็นผู้เชียวชาญด้านจิตวิทยา และยังเป็นผู้ที่มีความคิดที่ดีด้วย ลูกสาวคนถัดมามีชื่อว่า ดานนา โอลเมิร์ต เธอทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดี ลูกชายคนโตของเขา ชื่อ อาเรียล โอลเมิร์ต ชื่นชอบทางด้านวรรณกรรมของประเทศฝรั่งเศส ศึกษาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ลูกชายคนสุดท้ายชื่อ ซาอูล เป็นศิลปินนักแต่งเพลงอยู่ที่ประเทศอิสราเอล