Author Archives: admin

Benjamin

ถ้าลองสำรวจประเทศทั่วโลกที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยผ่านทางการเลือกตั้งนั้น ปกติแล้ว ผู้นำประเทศที่ได้รับความนิยมจากประชาชน หรือเป็นผู้นำที่มีความสามารถสูง มีบารมี รวมถึงความเฉลียวฉลาดทางการเมือง มักจะได้ครองตำแหน่งติดต่อกันยาวนาน ชื่อของ เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลคนปัจจุบันก็อยู่ในข่ายนี้

อิสราเอล อาจจะเป็นประเทศเล็กๆที่ตั้งอยู่ ณ รอยต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรปก็จริง แต่ด้วยประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้อันยาวนานจวบจนบทบาทในการเมืองโลกของพวกเขา ก็ทำให้การเคลื่อนไหวใดๆของอิสราเอลมักเป็นที่จับตาเสมอ ในฐานะชาติพันธมิตรแห่งหนึ่งของอเมริกา ชาวยิวซึ่งเป็นชาติพันธุ์หลักของอิสราเอล ก็เป็นหนึ่งในชาติพันธุ์ที่กระจายตัวไปอาศัยอยู่ในอเมริกาอีกทั้งหลายประเทศของทวีปยุโรปเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือ ชาวยิวเป็นพวกที่ขึ้นชื่อในเรื่องการค้าขาย ความคิดสร้างสรรค์ ความเขี้ยวในการเจรจาต่อรองทางด้านการเมือง

สำหรับ เบนจามิน เนทันยาฮู เขาอาจได้ชื่อว่าเป็นตัวแทนของความเป็นยิวและอิสราเอลที่ชัดเจนมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1949 ในกรุงเทลอาวีฟ ได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ของอิสราเอลที่เกิดหลังจากการสถาปนารัฐขึ้น เมื่ออายุได้ 18 เขาได้เป็นทหารเข้าร่วมในกองกำลังป้องกันอิสารเอล จากนั้นก็ได้ไต่เต้าทางทหารขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้กลายเป็นหัวหน้าทีมของหน่วยรบพิเศษ Sayeret Matkal และยังเข้าร่วมในภารกิจสำคัญๆหลายครั้ง

อิสราเอลอยู่ในภาวะสงครามกับชาติมุสลิมรวมไปถึงชาติอื่นๆมานาน ตั้งแต่ก่อนจะเป็นรัฐชาติด้วยซ้ำ เขาร่วมนำทหารอีกทั้งหน่วยพิเศษบุกโจมตีในสงครามที่ซีเรีย สร้างผลงานไว้มากทำให้ได้ตำแหน่งร้อยเอกก่อนจะปลดประจำการ ต่อมาก็ไปศึกษาต่อในที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ จบปริญญาด้านวิทยาศาสตร์ ไปทำงานด้าน Consult ทางเศรษฐกิจให้กับ Boston Consulting Group อยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงเดินทางกลับอิสราเอลในช่วงที่สงครามเย็นกำลังคุกกรุ่นไปทั่วยุโรป เขาได้ก่อตั้งสถาบันต่อต้านการก่อการร้าย Yonatan Netanyahu Anti-Terror Institute ต่อมาจึงกลับเข้ามารับราชการจนได้เป็นเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ระหว่าง ค.ศ. 1984-1988

เนทันยาฮูผันตัวเข้ามาสู่วงการเมืองเต็มตัว เมื่อเขาก่อตั้งพรรค Likud ปี 1993 แล้วก็เอาชนะการเลือกตั้งในปี  1996 ทำให้เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลที่หนุ่มที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากครองตำแหน่งได้สองปี เขาก็หลุดออกจากเวทีการเมืองไปชั่วคราวหลังจากพ่ายการเลือกตั้งชิงตำแหน่งในปี 1999 โดยแพ้ให้ เอฮุด บารัค จึงผันตัวไปทำงานภาคเอกชนชั่วคราว แล้วเขาก็กลับสู่วงการเมืองอีกครั้งในปี 2002 ในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ต่อด้วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในปี 2003 ภายใต้รัฐบาลของ แอเรียล ชารอน แต่เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องแผนการปลดปล่อยฉนวนกาซา เขาจึงลาออกจากตำแหน่ง

เนทันยาฮูมีความสามารถในทางเศรษฐกิจ จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิรูปเศรษฐกิจให้อิสราเอลครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลต่อมาอย่างมาก ทำให้อิสราเอลมีเศรษฐกิจในภาพรวมที่ก้าวขึ้นกว่าในทศวรรษก่อนๆ ผลงานทางเศรษฐกิจมีส่วนทำให้เขาได้รับความเชื่อมั่นทางการเมืองกลับมา ในปี 2006 เขาจึงได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคลิคุด แล้วต่อมาในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภาก็ชนะเลือกตั้งรัฐสภาในปี 2009 จากนั้นเขาและพรรคฝ่ายขวาก็ได้ตั้งรัฐบาลผสมเป็นคนที่สองในประวัติศาสตร์ของอิสราเอลที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีถึงสามสมัยถัดจากเดวิด เบนกูเรียน ในปี 2013 แล้วเมื่อถึงปี 2015 เนทันยาฮูก็ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่สี่ อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่ได้เลือกตั้งถึงสามครั้งติดต่อกัน รวมไปถึงดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์

นโยบายทางเศรษฐกิจของเนทันยาฮู เชื่อว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเมื่อครั้งทำงานที่ Boston Consulting Group ซึ่งในเวลานั้นได้รับงานเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลสวีเดนเป็นครั้งแรก เขาจึงได้มีโอกาสไปศึกษางานทางเศรษฐกิจในหลายประเทศของยุโรป ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา เขาปฏิเสธการผูกขาดการแข่งขันในระบอบทุนนิยมที่ปิดกั้นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพราะมันทำให้ไม่สามารถพัฒนาประเทศให้เติบโตได้เลย ด้วยนโยบายเหล่านี้รวมถึงการต่อต้านการก่อการร้ายอย่างเต็มที่ ทำให้เขาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าของอิสราเอลไปอย่างมากในช่วงสองทศวรรษหลังสุด

israel

เราคงเคยได้ดูข่าวที่ว่า  นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศกร้าว  “จะไม่มีรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต” ซึ่งหากจะพูดกันแล้ว ปัญหาระหว่างอิสราเอล และปาเลสไตน์นี้  ถือว่าเป็นปัญหาระหว่างเชื้อชาติ อาหรับ-อิสราเอล

โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้น  ระหว่างชนชาติสองชนชาติ และระหว่างอุดมการณ์สองอุดมการณ์  ที่ก่อให้เกิดเป็นความขัดแย้งขึ้น  หรือ ระหว่างกลุ่มผู้ถือศาสนาหนึ่ง กับกลุ่มผู้ถือศาสนาอีกศาสนาหนึ่ง โดยในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองศาสนามีความใกล้ชิดกันอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว   ศาสดาของศาสนาหนึ่ง ก็เป็นศาสดาของอีกศาสนาหนึ่งอีกด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นบรรพบุรุษของชนชาติทั้งสองนี้ เมื่อย้อนกลับไปยังยุคเริ่มต้นแล้วจะพบว่าเป็นคนๆ เดียวกันด้วยซ้ำ ซึ่งประวัติที่ยาวนานก็ยาวนาน พอๆ กับความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายนี้ ที่ยืดเยื้อไม่สิ้นสุด และยาวนาน จวบจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง

ซึ่งดินแดนตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งขอประเทศอิสราเอลนี้ เดิมที่แรกก็เป็นดินแดนของชาวปาเลสไตน์มาก่อน ดังนั้นจึงยากที่ต่างฝ่ายจะยอมกันได้ลง  เมื่อไม่สามารถยินยอมกันได้ ด้วยความที่ชาวปาเลสไตน์ หรือชาวอาหรับ มีจำนวนน้อยกว่า และไม่สามารถจัดตั้งเป็นประเทศได้ จึงได้มีการจัดเป็นรัฐปาเลสไตน์ บนพื้นที่ของประเทศอิสราเอล นั่นเอง จึงทำให้ชาวอิสราเอล หรือชาวอิสลาม ไม่พอใจ จึงเป็นปัญหาขัดแย้งที่ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปัญหา เขาพระวิหารของไทยกับกัมพูชา ยังไง ยังงั้นเลย

israel

สำหรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน นาย Reuven Rivlin สมาชิกพรรคลิคุด ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่๑๐ของอิสราเอล มีนโยบายคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์  ซึ่งเราต้องคอยดูว่า เขาจะมีนโยบายดำเนินการอย่างไร กับการจัดตั้งรัฐปาเลสต์ไตน์  ซึ่งแน่นอนว่า เข้าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวอิสราเอล อย่างท่วมท้น ชนิดที่ไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว  เพราะคงจะเป็นไปได้ยากที่จะเกิดรัฐสองรัฐตั้งอยู่บนประเทศเดียวกัน ดังนั้น นโยบายที่จะเกิดขึ้นต้องมีความชัดเจน และสามารถนำไปวางแผนปฏิบัติอย่างรัดกุม  เพื่อที่จะได้นำไปปฏิบัติหรือดำเนินการ เพื่อหวังผลว่าจะเกิดความสำเร็จขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ชนชาวอิสราเอล ที่เฝ้ารอ แต่ประชาชนประเทศต่างๆ  ทั่วโลกต่างก็เฝ้าดูว่า  นายกรัฐมนตรีอิสราเอล คนนี้จะมีวิธีการอย่างไร และชาวปาเลสไตน์เองก็คงจะมีวิธีการวางแผนตั้งรับเช่นเดียวกัน

ดูท่าว่าการดำเนินการครั้งนี้คงจะยาวนานไปอีกนาน  พอๆ กับที่ผ่านมา แต่หากแผนปฏิบัติการของนายารัฐมนรีอิสราเอลคนปัจจุบันนี้ สามารถทำให้เห็นผลที่ชัดเจน ประวัติศาสตร์คงจะต้องจารึกชื่อของเขา  นาย Reuven Rivlin อย่างแน่นอน แต่กว่าวันนั้นจะมาถึง ไม่แน่ชัดว่าจะต้องต่อสู้กันอีกกี่มากน้อย จะมีคนตายกันอีกเท่าไหร่ หรือว่ามันจะดำเนินต่อไปเช่นเดิม ไม่มีที่สิ้นสุดกันแน่