1149225945

    นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของประเทศอิสราเอลที่เป็นผู้หญิงคนเดียวและคนสุดท้ายของประเทศอิสราเอล  เข้าผุ้นั้นชื่อ โกลดา เมอีร์ ดำรงตำแหน่งในการเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 3 พฤษภาคม 2441-8 ธันวาคม 2521 โกลดา เมอีร์ ชื่อเดิมของเขาคือ โกลดา มาโบวิตซ์ เป็นคนที่มีเชื้อสายยิวตั้งแต่กำเนิด ในเมืองเล็กๆที่ชื่อว่า เคียฟ ซึ่งปัจจุบันเป็นเมืองที่อยู่ในประเทศของยูเครน และเมื่อโกลดา เมอีร์ อายุ 6 ขวบพ่อของเธอได้พาเธอไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2449 โดยเข้าไปอยู่ที่เมือง มิลวอคี รัฐวิคคอนซิน เธอได้เติบโตขึ้นที่เมืองนี้จนอายุถึง 18 ปีและได้แต่งงานกับ มอร์ริส เมเออสัน ผู้เป็นประชาชนธรรมดาที่อาศัยอยู่แถบเมืองเดียวกันกับเธอและยังเคยเรียนในห้องเรียนสมัยเด็กๆอีกด้วย พวกเข้าได้คบหาดูใจกันมาเป็นระยะเวลา 5 ปีก่อนจะเริ่มตัดสินใจแต่งงาน และแฟนของเธอ มอร์ริสยังได้เข้าร่วมลัทธิที่อยู่ในปาเลสไตน์ที่มีชื่อว่า ลิทธิไซออนิสม์ในการเจรจากับ บริเตนเพื่อก่อตั้งประเทศอิสราเอลหลังสิ้นสุดสงคราวโลกครั้งที่สอง

                Golda_Meir_bw_photo_portrait_head_and_shoulders_facing_right_March_1_1973_alternative_Edit2ในปี 2491 โกลดา เมอีร์ ได้รับตำแหน่งเอกอัคราชทูต อิสราเอลคนแรกประจำสหภาพโซเวียตและยังได้รับ ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศอีกด้วย จนได้เกษียณในปี 2508 เธอได้เปลี่ยชื่อและนามสกุลจาก เมเออร์สัน เป็น เมอีร์ในปี 2499 เนื่องจากสาเหตุอะไรไม่มีใครทราบได้ และยังได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลในวันที่ 17 เดือนมีนาคม 2512 อีกด้วย หลังจากที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศ โดยเป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศอิสราเอลละยังเป็นผู้หญิงคนที่ 3 ของโลกที่ได้รับตำแหน่งนี้อีกด้วย และเขายังได้รับการแต่งตั้งพร้อมกับฉายาใหม่ให้เธอคือ หญิงเหล็กแหล่งอิสราเอลซึ่งเป็นสมญานามที่ผู้นำของรัฐที่เป็นสตรีเหล็กทั่วโลกมักจะได้รับกัน

Image

     นายกรัฐมนตรีของประเทศอิสราเอลนั้นเกิดที่เมือง เทลอาวีฟ มีพ่อและแม่เป็นชาวยิวโลกิยะ เนทันยาฮู เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่เกิดอยู่ภายในอิสราเอล หลังจากสถาปนารัฐ เนทันยาฮูเข้าร่วมกองกำลังป้องกันอิสราเอล และยังเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษอีกด้วย และยังเข้าร่วมมาปฏิบัติการพิเศษอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยปฏิบัติการอินเฟอร์โน ปี 2511 ปฏิบัติการไอโซโทปปี 2525 และเขาถูกยิงที่หัวไหล่ โดยร่วมกับกองกำลังพิเศษ โฉบฉวยตาม คลองสุเอซ และนำการโจมตของหน่วยคอมมานโดลึกเข้าถึงประเทศซีเรีย และยังได้รับยศให้ถูกแต่งตั้งเป็นร้อยเอก ก่อนจะจะถูกปลด หลังจากเรียนจบจากมหาลัยเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ ด้วยการเรียนที่ดีเอกวิทยาศาสตร์บัณฑิตและเขายังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทีปรึกษาของทางด้านเศรษฐกิจแก่บอสตันคอนซัลทิงกรุป เขากลับสู่ประเทศอิสราเอลเมื่อปี 2521 เพื่อก่อตั้งสมาคมที่เค้าต้องการ

13

                เนทันยาฮูเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคลิคุด เมื่อปี 2536 และยังได้รับชัยชนะนการเลือกตั้ง 2539 ทำได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดของอิสราเอลอีกด้วย เข้าไปเป็นนายกปี 2539 ถึง 2541 และย้ายจากการเล่นการเมืองในภาคเอกชนหลังพ่ายการเลือกตั้งเมื่อปี 2542 แก่พรรคคู่แข่งอย่าง เอฮุด บารัค และได้หวนคืนกลับสู่การเมืองอีกครั้ง 2545 โดยครั้งนี้ชนะการเลือกตั้งอย่างเป็นเอกฉัน และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รัฐมตรีว่าการกระทรวงของต่างประเทศ ในปี 2545-2546 และรัฐมนตรีการคลังปี 2546-2548 ในยุครัฐบาลของแอเรียล ซารอน แต่ในปีต่อมาเขาได้ออกจากการเมืองโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสื่อมวลชนนั้นให้การยอมรับต่อเขามากว่าเป็นรัฐมนตรีของกระทรวงที่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าคนอื่นๆ และเขาได้กลับมาทวงการเป็นหัวหน้าพรรคของเขาที่เคยก่อตั้งขึ้นมาอย่างพรรคลิคุด และหลังจากเลือกตั้งเมื่อปี 2552 ได้รับเลือกมาเป็นอันดับ 2 ของประเทศและปี 2556 เขาก็กลับมาเป็นผู้ชนะในที่สุด เนทันยาฮู ได้รับให้เป็นนายกรัฐมนตรีสี่สมัยของอิสราเอล และปัจจุบันท่านก็ได้วางมือจากการเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว